เป็นรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมซึ่งพบเห็นโดยทั่วไปมากที่สุด เช่น ร้านขายของชำ ร้านเสริมสวย ร้านขายอาหาร เป็นต้น เมื่อเป็นกิจการที่มีเจ้าของเพียงคนเดียว ดังนั้นเจ้าของกิจการและธุรกิจก็ถือเป็นบุคคลคนเดียวกัน ซึ่งในแง่ภาษีและความรับผิดชอบทางกฎหมาย เจ้าของจะต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
*มีข้อสังเกตว่า บุคคลธรรมดาจะยื่นแบบแสดงรายรับและค่าใช้จ่ายตามเกณฑ์เงินสด*
ข้อดี
1. เจ้าของมีอำนาจในการตัดสินใจเต็มที่
2. ผลกำไรจากการทำธุรกิจ เจ้าของได้รับโดยตรงซึ่งอาจจะนำไปลงทุนเพิ่มได้เองตามความต้องการ
3. ตัดสินใจเลิกกิจการได้ง่าย หากเห็นว่ากิจการมีแนวโน้มที่จะขาดทุน
ข้อเสีย
1. ปริมาณเงินลงทุนมีจำกัดจากเงินลงทุนส่วนตัวของเจ้าของหรือการหยิบยืมจากคนรู้จัก
2. ความรับผิดชอบต่อหนี้สินของกิจการ เจ้าหนี้สามารถตามยึดทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของกิจการได้ แม้มิใช่ทรัพย์สินที่ลงทุนในกิจการ
3. เจ้าของกิจการไม่สามารถหาพนักงานที่มีความสามารถสูงมาร่วมงานได้ เนื่องจากข้อจำกัดการแบ่งปันผลตอบแทน
4. กิจการมีอายุจำกัด โดยจะคงอยู่เมื่อเจ้าของยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเจ้าของเสียชีวิตทรัพย์สินของกิจการก็จะถูกรวมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของกิจการและส่งมอบให้แก่ทายาทผู้สืบทอดมรดก ซึ่งทายาทอาจไม่ดำเนินกิจการต่อ
5.ไม่สามารถระดมทุนจากภายนอกได้เต็มที่ นอกจากการใช้เครดิตส่วนตัวของเจ้าของเท่านั้น |
 |
กิจการห้างหุ้นส่วนในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
กิจการทั้ง 2 ประเภทมีความแตกต่างกันในส่วนของอำนาจและความรับผิดชอบของหุ้นส่วนกล่าวคือ
ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล
-หุ้นส่วนแต่ละคนจะมีอำนาจในการบริหารและความรับผิดชอบต่อหนี้สินร่วมกัน ซึ่งการดำเนินธุรกิจมีความเสี่ยงร่วมกันเหมือนเป็นบุคคลคนเดียวกัน
ห้างหุ้นส่วนจำกัด
-หุ้นส่วนจะมี 2 ประเภทคือ
-หุ้นส่วนผู้จัดการ มีอำนาจในการบริหารและรับผิดชอบต่อหนี้สินอย่างไม่จำกัด
-หุ้นส่วนจำกัด ไม่มีอำนาจในการบริหารและรับผิดชอบต่อหนี้สินเพียงเท่าที่ลงทุน
การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนทั้งสองประเภท จะต้องมีการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนตามชนิดของกิจการ
ข้อดี
1. มีแหล่งเงินทุนมากกว่ากิจการเจ้าของคนเดียว
2. สามารถใช้ความสามารถในการบริหารโดยระดมสมองร่วมกันตัดสินใจบริหารงาน
ข้อเสีย
1. กำไรถูกแบ่งปันเฉพาะหุ้นส่วน
2. การตัดสินใจอาจล่าช้า เพราะความคิดเห็นขัดแย้งกันในบางกรณี
3. อาจมีอายุจำกัด ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของห้างหุ้นส่วนแต่ละแห่ง ถ้ามิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ความเป็นห้างจะสิ้นสุดลงเมื่อหุ้นส่วนถอนตัว หรือมีหุ้นส่วนคนใดเสียชีวิตลง
|
 |
การจัดตั้งบริษัทจำกัดจะต้องมีผู้เริ่มก่อการ 7 คนร่วมจัดตั้งบริษัทโดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทจำกัดเป็นกิจการที่มีการดำเนินการแพร่หลายในประเทศไทย ผู้ถือหุ้นแต่ละคนรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทเฉพาะเท่าที่ลงทุนในกิจการ เจ้าหนี้ไม่สามารถตามไปยึดทรัพย์ของผู้ถือหุ้นได้ นอกจากนี้กิจการจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้มีอำนาจในการบริหารงาน ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจไม่สามารถเข้ามาบริหารกิจการได้ แต่มีสิทธิ์เข้าร่วมประชุมผู้ถื่อหุ้นและสอบถามความก้าวหน้าของกิจการได้ รวมทั้งมีสิทธิเสนอเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจได้ ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่โดยดูจากสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการ
ข้อดี
1. ผู้ถือหุ้นรับผิดชอบในหนี้สินของบริษัทเพียงเท่ากับเงินลงทุนที่สัญญาจะลงทุนตามมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ เจ้าหนี้ไม่สามารถไปยึดทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นได้
2. กิจการสามารถหาพนักงานที่มีความสามารถเข้ามาทำงานได้เพราะสามารถเสนอผลตอบแทนที่จูงใจและการให้สวัสดิการต่างๆ
3. เป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน และสามารถระดมความคิดในการบริหารและวางแผนทางธุรกิจได้
ข้อเสีย
1. กิจการไม่สามารถระดมทุนจากภายนอกผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ได้ ในกรณีที่ต้องการเงินทุนจำนวนมากในการลงทุน
2. การบริหารงานอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยอาจไม่สามารถออกเสียงในการบริหารงานได้ตามต้องการ
3. การเลิกกิจการทำได้ยาก ต้องมีการชำระบัญชีและจัดการให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย |
 |
บริษัทมหาชนเป็นกิจการที่ต้องมีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการระดมทุนจากภายนอกทั้งจากการขายหุ้นหรือการออกหุ้นกู้หรือเอกสารตราสารต่างๆ ทั้งนี้ในประเทศพัฒนาแล้วมักมีกิจการลักษณะนี้มาก และสร้างรายได้ในธุรกิจข้ามชาติอย่างมหาศาล เพราะสามารถระดมทุนได้จำนวนมากในต้นทุนที่ต่ำกว่าการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
ข้อดี
1. สามารถระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ในรูปแบบการกระจายหุ้นหรือตราสารต่างๆตามที่กฎหมายกำหนด สามารถหาเงินทุนจำนวนมากในต้นทุนทางการเงินที่ต่ำกว่าการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
2. สามารถจัดหาผู้บริหารและพนักงานที่มีความสามารถสูงมีประสบการณ์ในการบริหารมาร่วมงานได้ เพระสามารถจัดสรรผลตอบแทนได้อย่างเหมาะสม
3. เป็นลักษณะที่นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศนิยมเข้ามาลงทุนผ่านทางตลาดหลักทรัพย์
4. สามารถเปลี่ยนหุ้นเป็นเงินสดในกรณีที่ผู้ถือหุ้นบางคนต้องการถอนตัวได้ง่าย
ข้อเสีย
1. กิจการต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมายและตลาดหลักทรัพย์ในการจัดทำรายงานต่างๆเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชน
2. ผู้บริหารของบริษัทมีความรับผิดชอบต่อสาธารณชน หากมีการฉ้อโกงหรือทำการอันเป็นผลเสียต่อกิจการในลักษณะทุจริต อาจมีความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายหรือข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ที่กำหนด เพราะความเสียหายของกิจการมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอก
3. การเลิกกิจการทำได้ยากและมีผลกระทบต่อบุคคลภายนอกจึงมีระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
|
 |
การที่จะเลือกรูปแบบกิจการใดที่เหมาะกับการดำเนินธุรกิจของคุณ จะต้องประกอบไปด้วยเงื่อนไขหลายประการซึ่งพอประมวลได้ดังนี้
- การลงทุนนั้นเรามีความต้องการจะทำเพียงคนเดียวหรืออยากมีคนอื่นมาร่วมด้วย
- จำนวนเงินลงทุนที่ต้องใช้มีมากน้อยเพียงใด
- ความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจในธุรกิจของคุณมีโอกาสการขยายตัวได้มากเพียงใด
- ธุรกิจที่กำลังดำเนินการเป็นธุรกิจที่อยู่ในความต้องการของสาธารณชนส่วนใหญ่ เช่น รถยนต์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้า หรือเฉพาะกลุ่มชนในขอบเขตระดับหนึ่ง เช่น สำนักงานบริการที่ปรึกษา หรือสำนักงานบัญชี เป็นต้น
- ความพร้อมในการดำเนินธุรกิจของคุณ
- ผลทางภาษีขอแต่ละรูปแบบธุรกิจที่มีอัตราและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
- ปัจจัยความเสียงที่คุณจะรับได้หากเกิดความผิดพลาดจากการดำเนินธุรกิจ
เงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงข้อแนะนำในการพิจารณาเท่านั้น อาจมีเงื่อนไขอื่นๆปลีกย่อยไปตามความต้องการของแต่ละคน |
 |
ข้อดีข้อเสียของรูปแบบจากจัดตั้งกิจการแต่ละประเภทนั้น บางครั้งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณว่าจะจัดตั้งในรูปแบบไหนเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจที่คุณกำลังจะทำ รวมถึงการพิจารณาปัจจัยด้านเงินทุน หุ้นส่วน ผลตอบแทน การเสียภาษีที่แตกต่างกันในแต่ละลักษณะการจัดตั้ง และโอกาสทางธุรกิจว่ามีความสามารถในการขยายตัวทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด รวมทั้งความเสี่ยงที่คุณจะรับได้หากเกิดข้อผิดพลาดหรือหนี้สินจากการดำเนินกิจการ ทั้งหลายเหล่านี้เราไม่อาจเจาะจงไปได้ว่าคุณเหมาะกับการจัดตั้งในรูปแบบใด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณและหุ้นส่วนในการจัดตั้งกิจการนั้นขึ้นมา แต่การจัดตั้งกิจการขึ้นมาภายหน้าคุณอาจเปลี่ยนแปลงการจัดตั้งได้ แต่อาจมีความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลงบ้างแต่ก็สามารถทำได้หากมีการจัดการที่ดี คำแนะนำที่ดีที่สุดคือเลือกในสิ่งที่เหมาะกับกำลังของคุณและเผื่อโอกาสขยายตัวในอนาคต อาจจะเริ่มจากกิจการขนาดเล็กก่อน เมื่อธุรกิจดำเนินไปด้วยดีจึงปรับเปลี่ยนการจัดตั้งให้เหมาะสมกับการขยายตัวต่อไปในอนาคต
|
 |