จะต้องดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้
(1) ต้องมีผู้ร่วมก่อการตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป เข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิขึ้น แล้วไปจดทะเบียน
(2) เมื่อได้จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องจัดให้หุ้นของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นนั้นมีผู้เข้าหุ้นจองจนครบ
(3) ดำเนินการประชุมตั้งบริษัท โดยต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมให้ผู้จองทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนการประชุม
(4) เมื่อได้ประชุมตั้งบริษัท และที่ประชุมได้แต่งตั้งกรรมการบริษัทแล้ว ผู้เริ่มก่อการต้องมอบหมายกิจการให้กรรมการบริษัทรับไปดำเนินการต่อไป
(5) กรรมการบริษัทเรียกให้ผู้เริ่มก่อการและผู้จองหุ้นชำระค่าหุ้นอย่างน้อยร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น (ทุนของบริษัทจะแบ่งเป็นกี่หุ้นก็ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท)
(6) เมื่อได้รับเงินค่าหุ้นแล้ว กรรมการต้องไปจดทะเบียนเป็นบริษัทภายใน 3 เดือน ภายหลังจากการประชุมตั้งบริษัท
1.ยื่นขอตรวจและจองชื่อนิติบุคคล
คำแนะนำในการจองชื่อนิติบุคคล
- การขอจองชื่อนิติบุคคลจะต้องเป็นภาษาไทย และให้ระบุภาษาต่างประเทศเป็นอักษรโรมันด้วยทุกครั้ง
- แบบขอจองชื่อนิติบุคคลที่นายทะเบียนอนุญาตให้จองชื่อได้แล้ว ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายทะเบียนมีคำสั่งอนุญาต
2.จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
- คำขอ : แบบ บอจ.1, หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ.1)
- รายการ : แบบ บอจ.2 (ใช้ทั้งสองหน้า)
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ว.
- เอกสารประกอบ
1. แบบจองชื่อนิติบุคคล
2. สำเนาบัตรประจำตัวของผู้เริ่มก่อการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
3. สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
4. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
3.จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
- คำขอ : แบบ บอจ.1, หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ด้านหลังของหน้าแบบ บอจ.1)
- รายการ : แบบ บอจ.3 (ใช้ทั้งสองหน้า)
- เอกสารประกอบรายการ : แบบ ก.
- เอกสารประกอบ
1. แบบ บอจ.5
2. สำเนาหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
3. สำเนารายงานการประชุมตั้งบริษัท
4. สำเนาข้อบังคับ (ถ้ามี)
5. หลักฐานการชำระค่าหุ้นของบริษัทอย่างใด อย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เอกสารที่ทางธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของบริษัท หรือ
(2) ใบสำคัญแสดงการชำระค่าหุ้นของบริษัท หรือ
(3) หนังสือยืนยันการชำระค่าหุ้นและการเก็บรักษาค่าหุ้นของบริษัท
6. หนังสือบริคณห์สนธิฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
7. ข้อบังคับฉบับตีพิมพ์ จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
8. สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงชื่อในคำขอจดทะเบียน
9. สำเนาบัตรทนายความหรือหลักฐานการเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
10. แบบ สสช.1 จำนวน 2 ฉบับ (ภูมิภาคใช้ 3 ฉบับ)
11. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)